รายละเอียด: Multi 5 plus+
บรรจุ 90 แคปซูล
มหัศจรรย์เลข 5
ส่วนประกอบหลัก
1. อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)
2. จมูกข้าวสาลี (wheatgrass )
3. จมูกถั่วเหลือง ( Soy Germ )
4. จมูกข้าว ( Rice Germ )
5. คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll )
1. อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)
อัลฟัลฟ่า เป็นพืชจำพวกตระกูลถั่ว เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตก และแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เติบโตได้ใน แทบทุกอากาศทั่วโลก อัลฟัลฟ่า มีระบบรากที่ สามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า อีกทั้งตัวของอัลฟัลฟ่าเอง ก็จะไม่สะสมสารพิษ
อัลฟัลฟ่าได้ถูกใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ด้วยคุณค่าทางอาหารที่มากมายจึงมีผู้ขนานนาม อัลฟัลฟ่า ให้เป็น บิดาแห่งอาหารทั้งมวล
อัลฟัลฟ่า เป็นพืชที่ได้รับการยอมรับว่าได้ให้สารอาหาร แร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย และครบถ้วนตามที่ร่างกายของเราต้องการ นำไปใช้ประโยชน์ ในขบวนการทางชีวเคมีต่าง ๆ ภายในเซลล์ของอวัยวะในร่างกายของเรา แทบทุกขบวนการเลยทีเดียว
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์เพื่อค้นหาคลอโรฟิลล์จากพืชกว่า 6,000 ชนิด ทั้งจากใต้น้ำถึงบนพื้นดิน พบว่า พืชที่ให้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์และดีที่สุด คือ อัลฟาฟ่า เท่านั้น สารที่ประกอบอยู่ในอัลฟัลฟ่า Alfalfa ด้วยระบบรากพืชที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารมาก กว่าพืชชนิดใด ๆ เป็นผล ให้ อัลฟัลฟ่า เป็นพืชที่มีส่วน ประกอบของสาร ต่าง ๆ มากมาย ที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่ให้คุณต่อร่างกายด้วยกันทั้งนั้น
1.สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
2.สารซาโปนินไกลโคไซด์ (Saponin Glycoside)
3.สารฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ (Flovonoid Glycoside)
4.สารไอโซฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ (Isoflavoniod Glycoside)
5.สารเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene)
6.สารพาราอะมิโนเบนโซอิคแอซิด (Para-amino-benzoic-acid)
7.สารอนุพันธ์ของคูมาริน (Coumarin Deravatives)
8.วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนอีกมากมาย
ข้อดีของอัลฟัลฟ่า ก็คือ
สารอาหารทั้งหมดจะอยู่ในรูปหรือโครงสร้างทางเคมีที่ดูดซึม
เอาเข้าไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้อย่างง่ายดาย
และไม่มีปัญหาในการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
สารเคมีที่อยู่ในอัลฟัลฟ่าทุกตัวล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น
2. Wheatgrass(วีทกราส) คืออะไร ?
Wheatgrass คือต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นพืชที่มีแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายมากกว่า 100 ชนิดโดยเฉพาะมีโปรตีนสูงถึง 25% (เนื้อมี 17% ไข่ 12%) วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี และวิตามินเค มีกรดอะมิโน อย่างน้อย 20 ชนิด เอนไซม์ที่มีประโยชน์กว่า 30 ชนิด สารที่สำคัญที่สุดคือ คลอโรฟิลล์ คลอโรฟิลล์มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายคลึงกับโมเลกุลของ ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ ต่างกันที่ตัวกลาง
ของคลอโรฟิลล์คือแมกนีเซียมแต่ในฮีโมโกลบินคือเหล็ก
ดังนั้นเมื่อเราดื่มน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีเข้าไป คลอโรฟิลล์จากต้นอ่อนที่ยังมีชีวิต
จะช่วยชำระล้างสารพิษ ฟอกเลือดและขับของเสียออกจากร่างกาย จึงช่วยยับยั้งโรคต่างๆได้
3. จมูกถั่วเหลือง (Soy Germ )
เสริมแกร่งให้กระดูกด้วยจมูกถั่วเหลือง
จมูกถั่วเหลือง ( Soy Germ Flour )
มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณมากกว่าแป้งถั่วเหลืองทั่วไปถึง 20 เท่า
โดยสารอาหารที่มีชื่อว่า "ไฟโตเอสโตรเจน" ที่เป็นสารประกอบจากพืช ที่มี
คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูผิวพรรณ ให้สดใส เปล่งปลั่งอย่างผิวสาว
มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้โครงสร้างของผิวพรรณมีสุขภาพแข็งแรง
อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมวลกระดูก ทำให้มวลกระดูกแข็งแรงหนาแน่นขึ้น ป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูก
โดยเฉพาะสตรีที่ฮอร์โมนเริ่มลดลงเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป
โดยไอโซฟลาโวนที่มีอยู่ในจมูกถั่วเหลือง จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเนื้อกระดูกและยับยั้งการทำงาน
ของเซลล์สลายกระดูกทำให้แคลเซียมสะสมเนื้อกระดูกมากขึ้น
ส่งผลให้เนื้อกระดูกหนาแน่นและคงความแข็งแรงนั่นเอง
4. จมูกข้าว (Rice Germ)
สารแกมม่า-ออไรซานอล
วิตามินอี
กรดโอลิอิค
กรดไลโนเลอิค
วิตามินบี 1,2,3,5,6
เซราไมด์
เมลาโตนิน
แร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย เช่น แคลเซียม
เหล็ก แมงกานีส สังกะสี
5. คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll )
มหัศจรรย์คลอโรฟิลล์ เลือดสีเขียวจากพืชเพื่อล้างพิษให้เลือดสีแดงของคน
คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือ สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุต่าง ๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์
จากผลงานการวิจัยในเรื่องนี้ ส่งผลให้ผู้วิจัยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ไปแล้วถึง 2 ท่านด้วยกัน คือ ดร.ริชาร์ด วินสเตตเตอร์ (DR.RICHARDWINSTATER) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสเตรีย ในปี ค.ศ.1915 และ ดร.ฮันส์ ฟิชเชอร์ (DR.HANS FISHER M.D.) นายแพทย์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1930 ผู้ซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์
ประโยชน์การกิน : คลอโรฟิลล์
ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี
แก้ปัญหาเรื่องสิว ฝ้า ปวดประจำเดือน และประจำเดือนมาไม่ปกติ
ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ
ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
ทำให้อาการโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษ ทุเลาลง
ขับกรดจากข้อต่างๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลา
ขับสารพิษออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างของยาปฎิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร
ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
แก้ปัญหาท้องผูก การขับถ่ายจะดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้
ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก และ กลิ่นเท้า
บรรเทาอาการชา บวม และเส้นเลือดขอดให้ทุเลาได้
ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ใช้รักษาแผลอักเสบ แผลเปื่อย แผลเรื้อรัง แผลถลอก เหงือกอักเสบ แผลในปาก
บรรเทาอาการปวดศีรษะทั่วไป และปวดศีรษะไมเกรนได้
ช่วยให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นดีขึ้น
มีสารอาหารที่บำรุงเส้นผม ทำให้ผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง
สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานจะช่วยล้างน้ำตาลในเลือด และช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น ดีขึ้น