หน้าแรก
  แผนธุรกิจ P5
  ผลิตภัณฑ์ P5
  ติดต่อเรา
  ฟรี!เว็บไซต์สายงาน
 

เช็คสายงานพรปิยะ

 

Multi 5 plus+


Multi 5 plus +
รหัสสินค้า: 000009
ปกติ 700.00 บาท  
ราคาพิเศษ 350.00 บาท

ประหยัด 350.00 บาท

รายละเอียด: Multi 5 plus+
บรรจุ 90 แคปซูล

มหัศจรรย์เลข 5
ส่วนประกอบหลัก
1. อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)
2. จมูกข้าวสาลี (wheatgrass )
3. จมูกถั่วเหลือง ( Soy Germ )
4. จมูกข้าว ( Rice Germ )
5. คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll )

1. อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)
“อัลฟัลฟ่า” เป็นพืชจำพวกตระกูลถั่ว เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตก และแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เติบโตได้ใน แทบทุกอากาศทั่วโลก อัลฟัลฟ่า มีระบบรากที่ สามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า อีกทั้งตัวของอัลฟัลฟ่าเอง ก็จะไม่สะสมสารพิษ
อัลฟัลฟ่าได้ถูกใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ด้วยคุณค่าทางอาหารที่มากมายจึงมีผู้ขนานนาม อัลฟัลฟ่า ให้เป็น “บิดาแห่งอาหารทั้งมวล”

“อัลฟัลฟ่า” เป็นพืชที่ได้รับการยอมรับว่าได้ให้สารอาหาร แร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย และครบถ้วนตามที่ร่างกายของเราต้องการ นำไปใช้ประโยชน์ ในขบวนการทางชีวเคมีต่าง ๆ ภายในเซลล์ของอวัยวะในร่างกายของเรา แทบทุกขบวนการเลยทีเดียว
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์เพื่อค้นหาคลอโรฟิลล์จากพืชกว่า 6,000 ชนิด ทั้งจากใต้น้ำถึงบนพื้นดิน  พบว่า พืชที่ให้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์และดีที่สุด  คือ อัลฟาฟ่า เท่านั้น   สารที่ประกอบอยู่ในอัลฟัลฟ่า Alfalfa ด้วยระบบรากพืชที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารมาก กว่าพืชชนิดใด ๆ เป็นผล ให้ “อัลฟัลฟ่า” เป็นพืชที่มีส่วน ประกอบของสาร ต่าง ๆ มากมาย ที่จำเป็นต่อร่างกาย  ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่ให้คุณต่อร่างกายด้วยกันทั้งนั้น
1.สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
2.สารซาโปนินไกลโคไซด์ (Saponin Glycoside)
3.สารฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ (Flovonoid Glycoside)
4.สารไอโซฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ (Isoflavoniod Glycoside)
5.สารเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene)
6.สารพาราอะมิโนเบนโซอิคแอซิด (Para-amino-benzoic-acid)
7.สารอนุพันธ์ของคูมาริน (Coumarin Deravatives)
8.วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนอีกมากมาย

ข้อดีของอัลฟัลฟ่า ก็คือ
สารอาหารทั้งหมดจะอยู่ในรูปหรือโครงสร้างทางเคมีที่ดูดซึม
เอาเข้าไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้อย่างง่ายดาย
และไม่มีปัญหาในการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
สารเคมีที่อยู่ในอัลฟัลฟ่าทุกตัวล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น 

2. Wheatgrass(วีทกราส) คืออะไร ?

Wheatgrass คือต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นพืชที่มีแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายมากกว่า 100 ชนิดโดยเฉพาะมีโปรตีนสูงถึง 25% (เนื้อมี 17% ไข่ 12%) วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี และวิตามินเค มีกรดอะมิโน อย่างน้อย 20 ชนิด เอนไซม์ที่มีประโยชน์กว่า  30 ชนิด สารที่สำคัญที่สุดคือ คลอโรฟิลล์ คลอโรฟิลล์มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายคลึงกับโมเลกุลของ ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ ต่างกันที่ตัวกลาง 
ของคลอโรฟิลล์คือแมกนีเซียมแต่ในฮีโมโกลบินคือเหล็ก  
ดังนั้นเมื่อเราดื่มน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีเข้าไป คลอโรฟิลล์จากต้นอ่อนที่ยังมีชีวิต
จะช่วยชำระล้างสารพิษ ฟอกเลือดและขับของเสียออกจากร่างกาย จึงช่วยยับยั้งโรคต่างๆได้

3. จมูกถั่วเหลือง (Soy Germ )
เสริมแกร่งให้กระดูกด้วยจมูกถั่วเหลือง
จมูกถั่วเหลือง ( Soy Germ Flour )
มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณมากกว่าแป้งถั่วเหลืองทั่วไปถึง 20 เท่า
โดยสารอาหารที่มีชื่อว่า "ไฟโตเอสโตรเจน" ที่เป็นสารประกอบจากพืช ที่มี
คุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูผิวพรรณ ให้สดใส เปล่งปลั่งอย่างผิวสาว
มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้โครงสร้างของผิวพรรณมีสุขภาพแข็งแรง
อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมวลกระดูก ทำให้มวลกระดูกแข็งแรงหนาแน่นขึ้น ป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูก
โดยเฉพาะสตรีที่ฮอร์โมนเริ่มลดลงเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป
โดยไอโซฟลาโวนที่มีอยู่ในจมูกถั่วเหลือง จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเนื้อกระดูกและยับยั้งการทำงาน
ของเซลล์สลายกระดูกทำให้แคลเซียมสะสมเนื้อกระดูกมากขึ้น
ส่งผลให้เนื้อกระดูกหนาแน่นและคงความแข็งแรงนั่นเอง

4. จมูกข้าว (Rice Germ)

สารแกมม่า-ออไรซานอล
วิตามินอี
กรดโอลิอิค
กรดไลโนเลอิค
วิตามินบี 1,2,3,5,6
เซราไมด์
เมลาโตนิน
แร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย เช่น แคลเซียม
เหล็ก แมงกานีส สังกะสี

5. คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll )

มหัศจรรย์คลอโรฟิลล์ เลือดสีเขียวจากพืชเพื่อล้างพิษให้เลือดสีแดงของคน
คลอโรฟิลล์  คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือ สังเคราะห์แสง (Photosynthesis)  โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุต่าง ๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช  รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์  
จากผลงานการวิจัยในเรื่องนี้ ส่งผลให้ผู้วิจัยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ไปแล้วถึง 2 ท่านด้วยกัน  คือ ดร.ริชาร์ด วินสเตตเตอร์ (DR.RICHARDWINSTATER)  ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสเตรีย ในปี ค.ศ.1915  และ ดร.ฮันส์ ฟิชเชอร์ (DR.HANS  FISHER M.D.)  นายแพทย์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1930   ผู้ซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์

ประโยชน์การกิน : คลอโรฟิลล์

ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
• เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี
• แก้ปัญหาเรื่องสิว ฝ้า ปวดประจำเดือน และประจำเดือนมาไม่ปกติ
• ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ
• ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
• ทำให้อาการโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษ ทุเลาลง
• ขับกรดจากข้อต่างๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลา
• ขับสารพิษออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างของยาปฎิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร
• ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
• แก้ปัญหาท้องผูก การขับถ่ายจะดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้
• ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก และ กลิ่นเท้า
• บรรเทาอาการชา บวม และเส้นเลือดขอดให้ทุเลาได้
• ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ใช้รักษาแผลอักเสบ แผลเปื่อย แผลเรื้อรัง แผลถลอก เหงือกอักเสบ แผลในปาก
• บรรเทาอาการปวดศีรษะทั่วไป และปวดศีรษะไมเกรนได้
• ช่วยให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นดีขึ้น
• มีสารอาหารที่บำรุงเส้นผม ทำให้ผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง
สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานจะช่วยล้างน้ำตาลในเลือด และช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น ดีขึ้น

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://www.P5TVnetwork.com/multi5plus1.php
01/03/2551 (update 21/03/2551)
 

 

 

 

 

  Copyright © 2008 www.P5TVnetwork.com จัดทำโดยทีมงานอิสระ เพื่อเป็นสื่อในการขยายงานให้กับทีมงาน